เริ่มต้นปีใหม่ ถือโอกาสเพิ่มทักษะให้ตัวเอง ด้วยการลงทุนกับความรู้ในเรื่องที่ชอบ

เริ่มต้นปีใหม่ ถือโอกาสเพิ่มทักษะให้ตัวเอง ด้วยการลงทุนกับความรู้ในเรื่องที่ชอบ

จะดีกว่ามั้ยถ้าหากคุณลองนำเงินส่วนหนึ่งที่ได้จากโบนัส หรือเงินเก็บส่วนหนึ่งไปลงทุนในตัวเอง เพื่อเพิ่มมูลค่า และทักษะให้กับตัวคุณเองในอนาคต ถือเป็นการเตรียมความพร้อม และเป็นการเปิดประตูรับโอกาสที่ดี ฉะนั้นปีใหม่นี้ ลองมาตั้งเป้าหมายกันใหม่ เพื่อเปลี่ยนตัวคุณเองตั้งแต่วันนี้ ให้เก่งกว่าวันที่ผ่านมากันดีกว่า

การลงทุนในตัวเองคืออะไร

หลายครั้งคุณอาจจะได้ยินคำนี้ แต่ไม่ค่อยได้ใส่ใจนั้น เพราะอาจจะคิดว่าไม่จำเป็น ไม่ได้เกี่ยวกับงานหลักอยู่แล้ว หรืออีกอย่างหนึ่งคือคุณไม่รู้ความหมายของคำว่า “การลงทุนในตัวเอง” ซึ่งการลงทุนในตัวเอง หากตีความหมายให้เข้าใจง่าย ๆ เลย คือ การพัฒนาตัวเอง ด้วยวิธีการต่าง ๆ เพื่อให้คุณมีความรู้ หรือทักษะเพิ่มมากขึ้น ซึ่งการลงทุนในตัวเองนั้น มีหลากหลายรูปแบบ และหลากหลายเป้าหมาย ที่ให้คุณได้ศึกษาและเรียนรู้เพื่อเพิ่มศักยภาพให้กับตัวคุณเอง

เป้าหมายของการลงทุนในตัวเอง

เป้าหมายของการลงทุนในตัวเองนั้นคือ การเพิ่มศักยภาพ ฝึกฝนทักษะให้ชำนาญ หรือเพื่อเติมเต็มความรู้ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตของคุณ เพื่อสร้างเป็นรายได้หรือโอกาสในชีวิต ซึ่งไม่ว่าคุณจะเลือกเรียนรู้อะไร จากที่ไหน ผลลัพธ์ที่คุณได้ลงทุนจะสะท้อนเป็นความก้าวหน้าในชีวิตของคุณไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เริ่มลงทุนในตัวคุณเองตั้งแต่วันนี้ เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับโอกาสดี ๆ ที่กำลังจะเข้ามาในอนาคต

คิดจะลงทุนในตัวเอง ลงทุนด้านไหนดี ?

หลายคนอาจจะเกิดคำถามนี้ว่า แล้วจะลงทุนในตัวเองด้านไหนดี ซึ่งการลงทุนในตัวเองนั้นมีหลายแบบหลายเหตุผล เดี๋ยวเราจะมาดูเหตุผลหลัก ๆ และเป้าหมาย พร้อมผลลัพธ์ ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถตัดสินใจ เลือกลงทุนตัวเองได้ถูกด้าน และเหมาะกับคุณมากยิ่งขึ้น ซึ่งหลัก ๆ เราจะแบ่ง ออกเป็น 6 อย่าง ดังนี้

1. ลงทุนความรู้ในเรื่องที่ชอบ

การลงทุนในสิ่งที่คุณชอบ ยกตัวอย่างเช่น หากคุณชอบถ่ายรูป อาจจะไปลงเรียนคอร์สจัดแสง หรือคอร์สแต่งภาพ เพื่อเติมเต็มทักษะการถ่ายภาพและแต่งภาพให้ดีมากยิ่งขึ้น ซึ่งสิ่งที่คุณได้เรียนรู้ใหม่นี้อาจจะทำให้คุณกลายเป็นช่างภาพมืออาชีพก็เป็นได้
เป้าหมาย : เพื่อตอบสนอง และเติมเต็มในสิ่งที่คุณอยากทำ
ผลลัพธ์ : สามารถผ่อนคลายจากความเครียด หรือสามารถนำงานอดิเรกนี้มาเป็นอาชีพเสริม เพื่อแปรเปลี่ยนเป็นรายได้ได้

2. ลงทุนความรู้ เพิ่มความชำนาญ

หากคุณอยากพัฒนางานที่คุณทำอยู่ แนะนำให้หาคอร์ส หรือสถาบันอบรม เกี่ยวกับสายงานที่คุณทำ เพื่อเพิ่มพูนทักษะความสามารถของงานคุณให้ดีมากยิ่งขึ้น
เป้าหมาย : เพื่อสร้างความชำนาญให้กับงานที่ทำมากยิ่งขึ้น พร้อมกับเป็นการยกระดับความสามารถในงานที่ทำอีกด้วย
ผลลัพธ์ : คุณจะมีทักษะและความสามารถที่เป็น Expert มากยิ่งขึ้น

3. ลงทุนความรู้ในสิ่งใหม่ ๆ

สำหรับใครบางคนที่อยากหาความรู้เรื่องใหม่ ๆ ก็อาจจะดูเรื่องที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์หรือต่อยอดได้ เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้กับตัวเอง
เป้าหมาย : เพื่อสร้างทักษะพิเศษนอกเหนือจากงานประจำ เปิดโอกาสใหม่ ๆ ในชีวิต หรือเติมเต็มความรู้ที่จำเป็นต้องใช้งานด้านอื่น ๆ
ผลลัพธ์ : เปิดโอกาสใหม่ ๆ ที่นอกเหนือจากงานประจำหรืออาชีพที่ทำอยู่ นอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มช่องทางสร้างรายได้เข้ากระเป๋าอีกด้วย

4. ลงทุนความรู้ในด้านภาษา

ภาษาเป็นสิ่งสำคัญมากในยุคปัจจุบัน และกลายเป็นปัจจัยหนึ่งที่คนยุคใหม่ ควรจะได้ในเรื่องของภาษาติดตัวไว้ ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งการลงทุนในตัวเองที่แนะนำ และควรค่าแก่การลงทุน
เป้าหมาย : สามารถสื่อสาร ใช้งานภาษาต่างประเทศได้ดีมากยิ่งขึ้น
ผลลัพธ์ : เปิดโอกาสในการทำงานใหม่ ๆ โอกาสเลื่อนตำแหน่ง โอกาสทำงานในบริษัทต่างชาติ หรือโอกาสทำงานต่างประเทศ

5. ลงทุนความรู้ในด้านการลงทุน

ในยุคนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่าการลงทุนนั้นมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะลำพังการฝากเงินในธนาคารคงไม่พออีกต่อไป จึงควรเริ่มหันมาศึกษาด้านการลงทุนกันตั้งแต่วันนี้
เป้าหมาย : เสริมความรู้ ความเข้าใจในการลงทุน ในช่องทางต่าง ๆ อย่างถูกวิธี
ผลลัพธ์ : ช่วยให้คุณสามารถลงทุนเป็นและถูกต้อง บริหารงบการเงินได้ และเข้าใจหลักการลงทุนได้ดียิ่งขึ้น

6. ลงทุนความรู้ในด้านธุรกิจ

หากใครกำลังสนใจอยากที่จะลงทุนในการทำธุรกิจ ก็ควรจะมีความรู้ในการทำธุรกิจ หรือการก่อตั้งธุรกิจติดตัวไว้ก่อนเริ่มลงมือทำธุรกิจ เพื่อย่นระยะเวลาการลองผิดลองถูก และยังเป็นการเพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จให้มากยิ่งขึ้น
เป้าหมาย : มีความรู้สำหรับการทำธุรกิจ เพื่อใช้สำหรับเริ่มทำธุรกิจของตัวเองได้
ผลลัพธ์ : สามารถเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัว ได้อย่างถูกวิธี

 

รูปแบบการเรียนรู้สำหรับการลงทุนในตัวเอง

หลายคนที่สนใจ และเริ่มอยากหันมาลงทุนในตัวเอง แต่ยังติดอยู่ที่ว่า จะเลือกเรียนรู้ผ่านช่องทางไหนดี และอยากรู้ว่าแต่ละช่องทางนั้นมีจุดเด่นอย่างไร เหมาะกับตัวเองมั้ย ตามมาดูกัน

1. คอร์สอบรมสัมมนาแบบสอนสด

รายละเอียด : คือการเข้าฟัง สัมมนาสดตามห้องประชุมต่าง ๆ ที่วิทยากรได้จัดขึ้น เพื่อฟังแนวคิด วิธีการทำ และเคล็ดลับต่าง ๆ โดยตรงจากผู้สอน หรือวิทยากร
จุดเด่น : สามารถยกมือถามคำถาม หรือพบปะพูดคุย สอบถามวิทยากรได้เป็นการส่วนตัว

2. คอร์ส Workshop

รายละเอียด : คือการเข้าอบรมแบบลงมือปฏิบัติจริง มีผู้สอนหรือวิทยากร คอยสอนวิธีการทำในแต่ละขั้นตอน
จุดเด่น : คุณสามารถเรียนรู้ได้เร็ว ได้ฝึกทำ ได้สอบถามกับผู้สอนโดยตรง ส่วนใหญ่มักจะเรียนกันเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ทำให้ผู้สอนดูแลผู้เรียนได้อย่างทั่วถึง และผู้เรียนยังได้ความรู้กันแบบเต็ม ๆ

3. คอร์สสัมมนาแบบออนไลน์

รายละเอียด : คือการเข้าดูสัมมนาออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นสัมมนาย้อนหลังจาก งานสอนสด หรือคอร์สออนไลน์แบบ Workshop ก็มีให้คุณได้เลือกศึกษาหาความรู้ ซึ่งข้อเสียอย่างเดียวของคอร์สนี้คือ ไม่สามารถสอบถามผู้สอนได้
จุดเด่น : ราคาคอร์สจะถูกกว่าสัมมนาแบบสอนสด และสามารถดูย้อนหลังได้ไม่จำกัดจำนวนวัน ทำให้คุณสามารถทบทวนบทเรียน หรือทบทวนเนื้อหาได้ตลอดเวลา

4. หนังสือ

รายละเอียด : ศึกษารายละเอียดแนวคิด วิธีการทำจากหนังสือ ผ่านการอ่าน และนำความรู้ที่ได้ไปปรับใช้ ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาในการอ่าน ทำความเข้าใจค่อนข้างนาน
จุดเด่น : ราคาเทียบกับความรู้ที่ได้นั้นถือว่าถูกที่สุดเมื่อเทียบกับรูปแบบการเรียนรู้แบบอื่น ๆ

5. ไฟล์เสียง Audio Podcast

รายละเอียด : คือไฟล์เสียงบรรยาย เนื้อหา แนวคิด วิธีการต่าง ๆ ไม่มีภาพ มีแต่เสียงของวิทยากร
จุดเด่น : สามารถฟังในรถ หรือฟังขณะทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้

สุดท้ายนี้ไม่ว่าคุณจะเลือกลงทุนในตัวเองด้านไหน ช่องทางอะไร เพียงแค่คุณเริ่มที่จะหันมาลงทุนในตัวเอง ด้วยการวางแผนการเงินตั้งแต่เนิ่น ๆ คุณก็มีโอกาสจะก้าวไปจากจุดเดิม เปิดโอกาสใหม่ ๆ ให้กับตัวเองได้อีกมากมาย

คำนวณเงินกู้

ผลการคำนวณข้างต้นเป็นตัวเลขประมาณการเท่านั้น